อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม
การทดสอบราคาแถว 1.1541 เกิดขึ้นในจังหวะที่ตัวชี้วัด MACD เริ่มเคลื่อนตัวขึ้นจากเส้นศูนย์ ยืนยันจุดเข้าเปิดซื้อยูโรที่ถูกต้อง ส่งผลให้คู่เงินขยับขึ้นได้ราว 10 จุด (pips) แล้วก็จบเพียงเท่านั้น
ดัชนี Empire State manufacturing ลดลง 13 จุดในเดือนกันยายนมาอยู่ที่ 7.6 จากระดับสูงสุดในรอบ 4 ปีของเดือนสิงหาคม แต่ยังคงอยู่ในแดนบวก ซึ่งไม่ได้บ่งชี้ถึงการทรุดตัวเต็มรูปแบบของภาวะธุรกิจในภูมิภาค ตัวเลขดังกล่าวกดดันค่าเงินดอลลาร์ และช่วยพยุงยูโรที่อ่อนค่าลงไปก่อนหน้านี้จากรายงาน ZEW โดยตามข้อมูลของ ZEW ความคาดหวังต่อเศรษฐกิจเยอรมนีแทบไม่ขยับ แต่การประเมินภาวะปัจจุบันดีขึ้นอย่างชัดเจน ขณะที่ความคาดหวังต่อเศรษฐกิจยูโรโซนกลับลดลง — ซึ่งในมุมมองของผม เป็นผลโดยตรงจากการขึ้นดอกเบี้ยของ European Central Bank เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ที่ตลาดมองอยู่ในตอนนี้ว่าเป็น “ความเสี่ยงต่อการเติบโต” มากกว่าตัวจุดประกายความเชื่อมั่น ความต่างระหว่างเยอรมนีที่ยังแข็งแกร่งกับยูโรโซนที่ระมัดระวังนี้ ยังคงถ่วงดุลคู่เงิน EUR/USD และหากไม่มีสัญญาณเชิงบวกที่ชัดเจนชุดใหม่จากเยอรมนี คู่เงินก็น่าจะยังหายากที่จะมีเหตุผลสำหรับการฟื้นตัวอย่างมั่นใจในอีกไม่กี่วันข้างหน้า
เช้าวันนี้ ตลาดจะได้รับตัวเลขจากฝั่งยูโรโซน ได้แก่ ดัชนีราคาผู้บริโภคของอิตาลี และตัวเลขการผลิตภาคอุตสาหกรรมของทั้งภูมิภาค เงินเฟ้ออิตาลีมักจะทำหน้าที่เป็นชิ้นส่วนสุดท้าย ๆ ในภาพรวมของ HICP ยูโรโซน เพื่อเติมเต็มตัวเลขที่ออกมาก่อนแล้วของเยอรมนี ฝรั่งเศส และสเปน ขณะเดียวกัน ตัวเลขการผลิตภาคอุตสาหกรรมจะสะท้อนให้เห็นว่าภาคเศรษฐกิจจริงยังทนทานแค่ไหนท่ามกลางราคาพลังงานที่สูงขึ้นและความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์บริเวณช่องแคบฮอร์มุซ อย่างไรก็ตาม ผมมองว่าข้อมูลทั้งสองชุดนี้ไม่น่าจะเป็นตัวจุดชนวนที่แท้จริงให้กับคู่เงิน EUR/USD เพราะตลาดเกือบจะโฟกัสกันเต็มที่ไปที่การประชุม Fed ที่กำลังจะมาถึง และข้อมูลระดับกลางจากยุโรปมีความเสี่ยงที่จะถูกมองเป็นแค่ประเด็นรองสำหรับเทรดเดอร์ โดยเฉพาะเมื่อ ECB ได้ส่งสัญญาณจุดยืนไปแล้วหลังการขึ้นดอกเบี้ยล่าสุด มีเพียงกรณีที่เงินเฟ้ออิตาลีหรือการผลิตภาคอุตสาหกรรมออกมาต่างจากคาดอย่างชัดเจนเท่านั้น ที่น่าจะเปลี่ยนความคาดหวังต่อเส้นทางนโยบายของ ECB ได้ มิฉะนั้น ยูโรมักจะเคลื่อนไหวตามทิศทางของดอลลาร์มากกว่าที่จะขับเคลื่อนด้วยข้อมูลของตัวเอง
สำหรับกลยุทธ์ระหว่างวัน ผมจะพึ่งพา Scenario หมายเลข 1 และหมายเลข 2 เป็นหลัก
สถานการณ์ที่ 1: เปิดซื้อยูโรวันนี้หากราคาขึ้นไปแตะบริเวณ 1.1557 (เส้นสีเขียวบนกราฟ) โดยตั้งเป้าการปรับขึ้นไปที่ระดับ 1.1575 ที่ราคา 1.1575 วางแผนปิดสถานะซื้อทั้งหมด และเปิดขายยูโรในทิศทางกลับกัน โดยคาดหวังกำไรประมาณ 30–35 pips จากจุดเข้า ทั้งนี้ให้คาดการณ์การแข็งค่าของยูโรเพียงในกรอบของการปรับฐานเท่านั้น สำคัญ: ก่อนเปิดซื้อ ให้ตรวจสอบว่าอินดิเคเตอร์ MACD อยู่เหนือเส้นศูนย์และเพิ่งเริ่มมีสัญญาณขาขึ้น
สถานการณ์ที่ 2: วางแผนเปิดซื้อยูโรวันนี้เช่นกัน หากมีการทดสอบระดับ 1.1544 สองครั้งติดต่อกัน ขณะที่ MACD อยู่ในโซน oversold ซึ่งจะช่วยจำกัดโอกาสการอ่อนค่าต่อของคู่สกุลเงินนี้ และนำไปสู่การกลับตัวขึ้น สามารถคาดหวังการเคลื่อนไหวไปยังระดับตรงข้ามที่ 1.1557 และ 1.1575
สถานการณ์ที่ 1: วางแผนเปิดขายยูโรหลังจากที่ราคาขึ้นไปแตะระดับ 1.1544 (เส้นสีแดงบนกราฟ) โดยตั้งเป้าหมายที่ระดับ 1.1528 ซึ่งเป็นจุดที่วางแผนปิดสถานะขายและเปิดซื้อกลับทันที (คาดหวังการดีดกลับประมาณ 20–25 pips จากระดับดังกล่าว) แรงกดดันต่อคู่สกุลเงินนี้มีแนวโน้มกลับมาอีกครั้งในวันนี้หากตัวเลขเศรษฐกิจออกมาอ่อนแอ สำคัญ: ก่อนเปิดขาย ให้ตรวจสอบว่าอินดิเคเตอร์ MACD อยู่ต่ำกว่าเส้นศูนย์และเพิ่งเริ่มมีสัญญาณขาลง
สถานการณ์ที่ 2: วางแผนเปิดขายยูโรวันนี้เช่นกัน หากมีการทดสอบระดับ 1.1557 สองครั้งติดต่อกัน ขณะที่ MACD อยู่ในโซน overbought ซึ่งจะจำกัดโอกาสการปรับขึ้นต่อของคู่สกุลเงิน และกระตุ้นให้เกิดการกลับตัวลง คาดว่าจะปรับตัวลงไปยังระดับตรงข้ามที่ 1.1544 และ 1.1528
สำคัญ: เทรดเดอร์มือใหม่ในตลาด Forex จำเป็นต้องระมัดระวังอย่างยิ่งเมื่อตัดสินใจเข้าเทรด ทางที่ดีควรงดการเข้าเทรดก่อนการประกาศรายงานปัจจัยพื้นฐานสำคัญๆ เพื่อลดความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาอย่างรุนแรง หากคุณตัดสินใจเทรดในช่วงที่มีข่าวออก ควรตั้งคำสั่งหยุดขาดทุน (Stop Order) ทุกครั้งเพื่อลดความเสี่ยงในการขาดทุน หากไม่มีการตั้ง Stop Order คุณอาจสูญเสียเงินในพอร์ตทั้งหมดได้อย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในกรณีที่คุณไม่ใช้หลักการบริหารความเสี่ยง (Money Management) และเทรดด้วยขนาดสัญญาที่ใหญ่เกินไป
อย่าลืมว่าการเทรดให้ประสบความสำเร็จจำเป็นต้องมีแผนการเทรดที่ชัดเจน คล้ายกับตัวอย่างแผนที่ให้ไว้ข้างต้น การตัดสินใจเทรดแบบฉับพลันตามสภาพตลาดเฉพาะหน้า มักจะกลายเป็นกลยุทธ์ที่นำไปสู่การขาดทุนสำหรับเทรดเดอร์สายเทรดระหว่างวัน (Intraday)